"ทำไมเราจึงรักในหลวง" 

 

 

   

                                                                             

 

 

 

     

               เป็นหนึ่งคำถามที่ทำให้ผมฉุกคิดในขณะอยู่ในวงสนทนากับเพื่อนกลุ่มใหญ่ในวัยเดียวกันและน่าแปลกที่ทุกคนต่างสนใจกับคำถามนี้             บ้างก็ตอบว่า   ก็เพราะว่าพ่อแม่ปลูกฝังมา   บ้างก็ตอบว่า  ไม่รู้เหมือนกัน  แต่สำหรับผมคำถามนี้เป็นคำถามที่ทำให้ผมคิดหลายอย่างว่า ทำไม  เพราะตั้งแต่เกิดมาและจำความได้ผมก็รู้แต่ว่าประชาชนชาวไทยรักในหลวงแต่สำหรับผมก็ยังไม่รู้ว่าเพราะอะไร

      ระหว่างนั่งรถกลับบ้านผมมองไปที่สองข้างทางบนท้องถนน      กรุงเทพฯ    ป้ายเฉลิมพระเกียรติ    พระบรมฉายาลักษณ์   ข้อความทรงพระเจริญ   ยิ่งทำให้ผมคิดและสงสัยในคำถามเดิมซ้ำมากขึ้น  และน่าแปลกที่ทุกคนอาจเคยพูดว่าเรารักในหลวงแต่ผมเริ่มคิดว่าทำไมและเชื่อเหลือเกินว่าคำตอบของคนนับล้านคนอาจไม่ตรงกันสักเหตุผลเดียว

      เย็นวันนั้นหลังผมทำภาระกิจส่วนตัวเสร็จสิ้นลงผมก็นั่งเปิดคอมพิวเตอร์และเปิดอินเตอร์เน็ตตามปกติอย่างที่เคยเป็นมาแต่ก็ยังฉุกคิดกับคำถามเดิมในเมื่อบนอินเตอร์เน็ตเองก็มีข้อความต่างๆไม่ต่างจากท้องถนน...

       ย้อนกลับไปเมื่อ  ๑๑  ปีก่อน    ที่   โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี   เด็กชายตัวเล็กๆคนหนึ่งกำลังถือพานพุ่มทอง ในอุ้งมือเล็กๆ  ที่  ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองต้องทำอย่างไรกับพานพุ่มในมือนี้รู้แต่เพียงว่าคุณครูบอกว่าเราจะทำสิ่งนี้เพื่อพ่อหลวง  ในขณะนั้นนับเป็นครั้งแรกๆ  ที่ผมจำความได้ว่าผมได้ทำเพื่อพ่อหลวงของแผ่นดิน  การปลูกฝังคงเป็นส่วนให้ผมในวัยนั้นมีจิตสำนึกรักในความเป็นชาติศาสนา  และพระมหากษัตริย์       ความรู้สึกทั้งหมดไม่อาจถูกบรรยายได้หากแต่วันนั้นเป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดเมื่อตนเองได้วางพานพุ่มหน้าพระบรมฉายาลักษณ์    ผมพอที่จะเข้าใจความรู้สึกของคุณครูและพ่อแม่ที่ภาคภูมิใจในการที่จะทำอะไรสักอย่างถวายแด่ในหลวงแม้เป็นเรื่องเล็กน้อย และนั่นเป็นเหตุการณ์ครั้งแรกตั้งแต่ผมจำความได้ที่ว่า  ในวัยเพียง     ปีผมนั้นเคยทำอะไรให้พ่อหลวงของแผ่นดิน

     หลังจากนึกถึงเหตุการณ์ในวัยเด็กที่ทำให้ผมได้คิดถึงหนึ่งประโยคในวงสนทนาที่มีผมเองได้ตอบเพื่อนไปว่า  ที่บางคนไม่รู้ว่าทำไมเราถึงรักในหลวง       เพราะพวกเราเองนั้นเกิดมาพร้อมความสุขสบายบนแผ่นดินไทยและสภาพแวดล้อมที่ดีแล้วเราจึงรู้แต่ว่าเรารักในหลวงแต่เราไม่รู้ได้เลยว่าทำไมคนเฒ่าคนแก่และผู้ใหญ่มากมายจึงรักในหลวงซึ่งอาจจะเป็นคนละเหตุผลกับเราก็ได้   ซึ่งจากประโยคนี้เองทำให้ผมคิดถึงว่าถ้าผมไม่ได้เกิดในยุคนี้ผมเองก็คงจะได้รู้คำตอบที่แท้จริงของคนรุ่นเก่าที่เขาต่างมีเหตุผลที่รักในหลวงมากมายและแตกต่างกันจากคนในรุ่นผม

      มีคนมากมายเล่าถึงพระราชดำรัส  พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ     ซึ่งผมเองก็ฟังด้วยรอยยิ้มเสมอมาหากแต่ไม่ได้รู้ความหมายที่แท้จริงของคำบอกเล่าเหล่านั้นเลยจนกระทั่งได้ใช้สติครุ่นคิดในวันนี้และค้นพบสิ่งที่น่าประทับใจหลายอย่าง

     จากเรื่องราวที่ถูกถ่ายมาทอดมาสู่คนรุ่นหลังอย่างผมนั้นมีมากมายแต่ครั้งหนึ่งครั้งที่ผมยังอายุ ๑๑ปี วันหนึ่งผมนั้นได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมคุณตาและคุณยายที่ ชลบุรี   ระยะทางไกลจากตัวเมืองชลบุรีมากถนนหนทางก็ดูจะลำบากขึ้นทุกทีจากถนนคอนกรีตมาเจอถนนดินแดงฝุ่นฟุ้งมากมายตลอดทางสองข้างทางเว้นระยะห่างหลายกิโลเมตรกว่าจะพบบ้านสักหลัง   มองไปสุดทางก็เห็นแต่ต้นไม้นานาชนิดที่แยกไม่ออกว่าเป็นชนิดใดบ้าง เหมือนว่าเรากำลังเดินทางเข้าไปในป่าลึกที่ในความรู้สึกผมพื้นที่แถวนั้นเป็นพื้นที่ที่กันดารยิ่งนัก     สิ้นสุดระยะทางการเดินรถนับได้หลายชั่วโมงกับการเดินทางที่แสนเหน็ดเหนื่อย          คุณยายมารอรับด้วยหน้าตาแจ่มใสพร้อมเตรียมข้าวปลาอาหารและน้ำดื่มเย็นๆเป็นอาหารพื้นบ้านไว้ให้ครอบครัวเราได้เอร็ดอร่อยในมื้อนั้น      ด้วยความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างชนบท       ผมเองนั้นก็รู้สึกได้ว่าผมคงไม่มีความสุขเลยถ้าจะต้องเข้ามาใช้ชีวิตที่นี่เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกแทบไม่มีแล้วยังจะต้องอยู่ร่วมกับธรรมชาติและสัตว์นานาชนิดที่มีอยู่ในพื้นที่นับสิบไร่ที่ล้อมรอบบริเวณบ้าน       แต่ด้วยความรักในครอบครัวและคุณยายผมจึงไม่บ่ายเบี่ยงที่จะช่วยงานใดๆแม้ต้องเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็ตาม   ผมเดินเข้าไปในครัวหลังบ้านพร้อมกับพูดคุยกับคุณยายในขณะที่ท่านกำลังหมกมุ่นกับการตระเตรียมอะไรบางอย่างลงรถเข็นขนาดเล็กอยู่

         มีอะไรให้ช่วยไหมครับยาย                ผมถามด้วยความอยากช่วยคุณยาย

         อ๋อ!   ดีเลยมาช่วยยายขนของลงรถเข็นหน่อย  เย็นนี้ยายจะต้องเอาพวกผักผลไม้นี้ไปขายในตลาด

             ยายตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่เหน็ดเหนื่อยกับกิจกรรมที่ทำอยู่แม้แต่น้อย

       ผมตอบรับและเข้าไปช่วยคุณยายขนผักผลไม้ลงรถเข็นระหว่างนั้นก็มีข้อสงสัยต่างๆเกี่ยวกับวิถีชีวิตที่นี่

            ทำไมเราต้องเอาของสวนมากมายไปขายในตลาดด้วยตัวเองละครับยาย    ที่กรุงเทพฯเขามีพ่อค้าคนกลางมารับไปขายไม่ใช่หรือครับ
                ผมถามด้วยความสงสัยเพราะการเข็นไปขายสำหรับผมนั้นมันเหน็ดเหนื่อยเอาการ

           มันไม่เหมือนกันหรอกนะหลาน      ถ้าอยากรู้ว่ามันต่างกันยังไงเย็นนี้ไปกับยายไหมหละ

                ยายยิ้มมุมปากและเก็บข้าวของที่เตรียมไว้ลงรถเข็นจนเสร็จ

          อันที่จริงผมไม่ได้อยากไปร่วมขายของกับยายเท่าไรนักแต่หากคำถามนั้นชวนให้ผมสงสัยว่ามันจะต่างกับการขายให้พ่อค้ายังไงก็คงเป็นเป้าหมายหลักในการที่ผมจะตอบตกลงในวันนั้น

           ตกเย็นผมกับยายเดินทางออกจากบ้านกับรถเข็นคันเล็กๆที่เต็มไปด้วยพืชผักผลไม้นานาชนิดที่ถูกวางไว้อย่างไม่เป็นระเบียบ          ระหว่างทางผมก็ถามคุณยายขึ้นด้วยความไม่คิดอะไรมากด้วยวุฒิภาวะในวัยนั้นที่อายุยังน้อยก็ถามตามความรู้สึกที่เดินทางมาถึงที่นี่ว่า

        ปกติแล้วยายอยู่ที่นี่กันได้อย่างไร     ผมว่าแทบจะไม่มีอะไรที่จะน่าอยู่ น่าสนุก เลยครับ

ถนนทางเข้าทางออกก็ขรุขระไม่เห็นสะดวกสบายเลยเข้าออกก็ลำบากนะยาย"

           คุณยายยิ้มด้วยรอยยิ้มของหญิงชราอายุกว่า   ๗0     ปีแล้วที่ตอบคำถามต่างๆของผม         หลานรู้ไหมแต่ก่อนแถวนี้ไม่ได้มีป่ารกขนาดนี้นะ        ที่ดินต่างๆทั่วบริเวณมีทั้งดินเสียดินที่ปลูกต้นไม้ไม่ขึ้นชาวบ้านไม่มีพืชผักผลไม้อุดมสมบูรณ์     แหล่งน้ำที่เราเดินผ่านมาปลาไม่ได้มีปลามากมายไว้ให้ชาวบ้านได้เลี้ยงเนินเขาทางด้านโน้นมักมีการพังทลายหน้าดิน   น้ำก็กัดเซาะและท่วมอยู่บ่อยครั้งความเดือดร้อนในปัจจุบันอะไรนั่นที่หลานถามที่ถามมานั้นเทียบไม่ได้เลยกับความเดือดร้อนของชาวบ้านแถวนี้ในอดีต

           คุณยายตอบคำถามที่ทำให้ผมอึ้งกับคำตอบอยู่นิดๆ

        .แล้วในเมื่อมันดูลำบากยากเย็นและเดือดร้อนทำไมคุณยายไม่ย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองกับแม่ละครับ

          คุณยายยิ้มอย่างมีความสุข

            ที่ดินผืนนี้ยายรักเท่าชีวิต  ยายขอใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายบนที่ดินผืนนี้กว่าจะเป็นอย่างที่หลานเห็นได้พ่อหลวงของเราต้องทรงเหน็ดเหนื่อยเท่าไรนัก

          ผมยิ่งอึ้งกับคำตอบเมื่อได้ยินคุณยายกล่าวถึงพ่อหลวง

              พ่อหลวงเกี่ยวอะไรกับที่ดินผืนนี้ละครับคุณยาย

         คุณยายตอบและทำคิ้วขมวด

             .พ่อหลวงของเราก็เกี่ยวข้องกับที่ดินทุกผืนนั่นแหละจ๊ะหลาน     ตราบใดที่ที่ดินผืนนั้นยังเป็นแผ่นดินทองของไทย      หลายสิบปีมาแล้วนับตั้งแต่ยายจำความได้พ่อหลวงของเราทรงเหน็ดเหนื่อยพระวรกายพัฒนาที่ดินความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยโดยไม่ทรงกลัวความลำบากใดๆหลายครั้งที่ยายได้ยินคำกล่าวว่าไม่มีถิ่นใดในเมืองไทยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงเสด็จไปไม่ถึง    และทุกๆที่พระองค์เสด็จไปเหมือนได้รับฝนจากฟ้ามาโปรดพระองค์ทรงแก้ปัญหาทั่วทุกภาคไทยทุกถิ่น    ดินที่หลานเหยียบอยู่ตรงนี้ก็ดีได้เพราะพ่อหลวง   น้ำที่หลานดื่ม    เนื้อสัตว์ที่หลานทาน     อาหารที่หลานกิน     บนแผ่นดินนี้เป็นหนี้แผ่นดินและพ่อหลวงทั้งนั้น หลานควรต้องทดแทนด้วยความดีเป็นคนดีของชาติบ้านเมือง    เห็นประโยชน์ส่วนรวมสำคัญกว่าส่วนตนเพราะถ้าหลานเห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวมชาติไทยคงไม่ก้าวหน้า   และพ่อหลวงคงไม่ทรงพอพระทัยเป็นแน่ ยายเองไม่ใช่คนมีความรู้ความสามารถมากนักแต่ยายเชื่อว่าถ้ายายนำพระราชดำริของพระองค์มาใช้เท่าที่ยายจะทำได้คงทำให้แผ่นดินไทยดีขึ้นกว่านี้เป็นแน่         ยายเชื่อว่าการที่เราจะทำสิ่งใดขอให้เรามีจุดมุ่งหมายว่าทำเพื่ออะไรยึดมั่นในสิ่งดีและทำแต่ความดีเราจะพบกับความสุขความเจริญ

           ทันทีที่ยายพูดเสร็จผมเหมือนกระจ่างทุกข้อสงสัยตั้งแต่เริ่มออกเดินทาง   ความสุขสบายของยายไม่ใช่การได้อยู่ท่ามกลางความสุขสบายทางกายแต่ยายหมายถึงความสุขสบายทางใจที่ได้ใช้ชีวิตอยู่บนผืนแผ่นดินที่คุณยายรักและหวงแหนที่พ่อหลวงได้เป็นผู้ให้ชีวิตใหม่กับคุณยายอีกครั้งท่ามกลางวิถีแห่งความพอเพียง     ความสุขที่คุณยายเล่ามาทั้งหมดทำให้ผมนั้นครุ่นคิดได้อีกหลายเรื่อง

         ระหว่างทางคุณยายได้แวะทักทายเพื่อนบ้านอยู่ระหว่างทางซึ่งคุณยายก็ได้แบ่งปันของในรถเข็นบางส่วนให้กับเพื่อนบ้านซึ่งคุณยายเองก็ได้พืชผักชนิดอื่นตอบแทนมารวมถึงอาหารอีกมากมายนี่คงเป็นข้อแตกต่างที่คุณยายบอกผมไว้ตั้งแต่แรกการแบ่งปันการช่วยเหลือเอื้ออาทรการพึ่งพาอาศัยเป็นอีกหนึ่งในวิถีของพ่อหลวงที่เคยได้ตรัสเอาไว้ทั้งนั้นชีวิตคุณยายเป็นชีวิตที่ตั้งอยู่บนทุกพื้นฐานของความพอเพียงไม่มากไปไม่น้อยไปไม่ดิ้นรนให้เหน็ดเหนื่อยพึ่งพาตนเองได้          ยายขายพืชผักจนหมดก็ได้เงินมาพอที่จะเลี้ยงชีวิตและเก็บออมไปวันๆ       การเดินทางกลับบ้านในวันนั้นกับตะเกียงหน้ารถเข็นที่มีดวงไฟดวงเล็กๆส่องสว่างระหว่างทางยายยังเล่าถึง

พระราชกรณียกิจ    พระราชดำรัส      ของ พ่อหลวงที่ยายได้นำมาใช้กับชีวิตและความหวังสุดท้ายที่ยายตั้งใจใช้ทั้งชีวิตที่เหลือเพื่อทดแทนพระคุณแผ่นดินและรักษาแผ่นดินผืนนั้นไว้ตราบที่ยายจะสิ้นลมหายใจ    เพราะยายคงกลัวว่าถ้าวันหนึ่งยายไม่ได้ดูแลที่ดินผืนนี้คนรุ่นหลังที่เกิดขึ้นมาพร้อมความสุขสบายจะไม่ได้รู้คุณค่าว่ากว่าที่ดินผืนนี้จะเป็นอย่างที่เห็นนั้นจะต้องใช้น้ำพักน้ำแรงของคนสักที่คนและจะต้องใช้ระยะเวลาเท่าไรกว่าที่จะอุดมสมบูรณ์      หลังจากถึงบ้านสิ่งที่ผมสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนคือพระบรมฉายาลักษณ์ในห้องนอนของคุณยายที่คุณยายกราบก่อนนอนทุกวัน  

        การเดินทางในวันนั้นทำให้ผมนึกถึงซึ่งไม่ว่าเวลาจะผ่านสักไปสักเท่าไรชีวิตนี้ได้ทบทวนในการบอกเล่าความประทับใจของคุณยายที่มีต่อพ่อหลวงและชีวิตที่เปลี่ยนไปเพราะในหลวงของคุณยาย          จากวันนั้นจนถึงวันนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าทุกชีวิตบนแผ่นดินไทยเปลี่ยนไปเพราะในหลวงไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินที่พระองค์ทรงพัฒนา

พระราชดำรัสและพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายทำลงไป      โอกาสทุกโอกาสที่พระองค์ประทานให้ปวงชนชาวไทยไม่ว่าจะเป็น  ทุนต่างๆ    โครงการส่งเสริมอาชีพ     ดังฝนจากฟ้ามาโปรยลงพื้นดินอันแห้งแล้ง              แล้ววันนี้คนรุ่นหลังอย่างผมหนึ่งคนที่ได้รู้เหตุผลว่าทำไมเราจึงรักในหลวงและชีวิตของพสกนิกรชาวไทยนับจากอดีตถึงปัจจุบันเปลี่ยนไปแค่ไหน     ทุกวันนี้ถึงแม้ยายผมผู้บอกเล่าเรื่องราวความประทับใจอันล้นพ้นจะจากผมไปแล้วแต่รอยยิ้มที่อิ่มเอมของคุณยายที่มีต่อความประทับใจที่คุณยายได้เล่าให้ผมฟังนั้นและจุดมุ่งหมายที่ให้ผมยึดมั่นในความดีทดแทนคุณแผ่นดินและพ่อหลวง    การเห็นประโยชน์ส่วนรวมให้มากกว่าส่วนตนจากวันนั้นถึงวันนี้มันทำให้ผมเห็นชัดมากขึ้นว่าสิ่งเหล่านั้นสำคัญมากขนาดไหน    และสังคมไทยกำลังเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและวันเวลาแต่สิ่งที่ผมเชื่อเหลือเกินอย่างหนึ่งคือ    ชีวิตของเราที่ดำเนินได้อยู่ทุกวันเพราะในหลวงพ่อของแผ่นดินไทยผู้รับภาระหนักทีเป็นพ่อของชนชาวไทยกว่าหกสิบล้านคน ทุกพระราชกรณียกิจที่ส่งผลให้เรามีอยู่มีกินมีใช้อย่างสุขสบาย  บนแผ่นดินไทยผืนนี้    ตลอดจนวิถีชีวิตแห่งความพอเพียงที่พระองค์ทรงตระเตรียมไว้เพื่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าได้อยู่กันอย่างมีความสุขได้ด้วยการพึ่งพาตนเอง    ทั้งหมดคงตอบทุกคำถามในหัวใจของผมอย่างไม่มีข้อสงสัยว่าทำไม    เราจึงรักในหลวงและในหลวงทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปได้อย่างไร    ไม่เพียงแต่ใครคนใดคนหนึ่งแต่สำหรับผมทำให้ทั้งชาติได้มีชีวิตอยู่อย่างทุกวันนี้ก็เป็นเพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช    พ่อหลวงของเรานั่นเอง

Comment

Comment:

Tweet